![]() |
| จากบอลโลกสู่อาเซียน.. |
ในฐานะแชมป์เก่า....ในฐานะที่ถูกยกให้เป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียนที่ไม่ได้วัดจากแรงกิ้ง ฟีฟ่า เอาแบบ "ฝีมือ" นี่แหละครับ ทีมไทยกลับคืนสู่ความเป็นเจ้าลูกหนังอาเซียนอีกครั้งหลังจากหล่นจากบัลลังก์ไปหลายปี
การกลับมาครั้งนี้มันคือการทำงานแบบต่อเนื่องของ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกองหน้าทีมชาติไทยในยุคสมัยของ "ดรีมทีม"
จากนักเตะขวัญใจคนไทยทั้งชาติมาเป็นโค้ชขวัญใจคนทั้งแผ่นดินอีกครั้ง หลังจากเริ่มต้นพาทีมได้เหรียญทองซีเกมส์ที่เมียนมาร์เมื่อห้าปีก่อน ต่อด้วยอันดับสี่เอเชียน เกมส์ ที่สร้างความประทับใจให้กับคนไทย
ด้วยขุนพลนักเตะชุดต่ำ 23 และอาจถือว่า "โค้ชซิโก้" มีแผนการทำงานระยะยาวด้วยการใช้นักเตะชุดเล็กลงเล่นจากทัวร์นาเมนต์ที่ใช้นักเตะชุด 23 อย่าง ซีเกมส์ และ เอเชียนเกมส์ ก่อนที่จะมามี เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 และบอลโลกคัดเลือกล่าสุด
ทีมชาติไทยจึงอยู่ในการดูแลของโค้ชซิโก้จะครบ 4 ปีเต็มแล้ว...
ในฐานะที่เป็นคนข่าวนสพ.และทีวีของผมได้มีโอกาสติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด และได้พูดคุยกับโค้ชตั้งแต่เพิ่งเริ่มรับงานคุมทีมชาติลุยซีเกมส์ที่เมียนมาร์เมื่อปี 2013 โดยทุกครั้งที่โค้ชเก็บตัวนักเตะเพื่อเตรียมทีมผมจะไปเกาะติดการทำงาน อาจไม่ทุกวัน แต่ทุกครั้ง
โค้ชซิโก้วางแผนระยะยาวตั้งแต่แรกด้วยการเตรียมทีมล่วงหน้าเพื่อสร้างสายเลือดใหม่ทดแทนทีมชาติชุดเดิมที่อาจโรยราไปตา
สภาพ ไม่ว่าจะ ดัสกร ทองเหลา, ธีรเทพ วิโนทัย, ภานุพงศ์ วงศ์ษา, ชลทิตย์ จันทคาม ที่ยังคงอยู่กับทีมคือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ด้วยตำแหน่งนายประตูนี่ความเก๋าช่วยได้เยอะ
การเตรียมทีมระยะยาวมันเริ่มจากซีเกมส์และเด็ก 23 ปี มันต่อเนื่องมาเอเชียน เกมส์ และเด็กส่วนใหญ่เลยครับก้าวไปสู้กับพวกรุ่นใหญ่ในอาเซียนกับ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เมื่อต้องเจอกับมาเลเซียที่อุดมไปด้วยตัวเก๋าสุดๆ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น